พิธี สวดพระอภิธรรมศพ การสื่อความหมายในพิธี พิธีงานศพ ให้ผู้ที่ยังอยู่และผู้ล่วงลับ

สวดพระอภิธรรม

ใน พิธีงานศพ หลังจากที่เราสามารถนำร่างของผู้ล่วงลับ มาสู่สถานที่ในการประกอบพิธีในงานฌาปนกิจศพแล้วนั้น เราจะพบได้ว่าจะมีรายละเอียดแยกย่อยของงานพิธีต่าง ๆ ตามขั้นตอนจากรูปแบบประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่โบราณที่แตกต่างกันไปทั้งในส่วนของการอาบน้ำศพ การรดน้ำศพ การ สวดพระอภิธรรมศพ การประชุมเพลิง หรือรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ของงาน พิธีงานศพ 

ซึ่งในส่วนนี้เราจะพบได้ว่าการ สวดพระอภิธรรมศพ นั้นจะเป็นงานพิธีซึ่งจะมีการทำต่อเนื่องตามแต่กำหนดการทำงานพิธีในการ สวดพระอภิธรรมศพ ของผู้ล่วงลับว่าจะมีการจัดงานพิธีไว้ที่ กี่คืนซึ่งในแต่ละค่ำคืนซึ่งได้มีการนำร่างเอาไว้ ณ สถานที่แห่งนั้น ก็จะต้องมีการ สวดพระอภิธรรมศพ ในทุกค่ำคืนเป็นปกติ โดยในส่วนนี้ เราจะพบว่าจะมีรายละเอียดที่ ท่านควรให้ความสนใจสำหรับงาน พิธีงานศพ ในส่วนนี้ซึ่งเราจะอธิบายให้ท่านได้มีความเข้าใจ กันได้โดยง่ายจากเนื้อหาในลำดับต่อไป

สวดงานศพ

พิธี สวดพระอภิธรรมศพ ไม่ใช่เพียงการทำบุญอุทิศส่วนกุศล

ในการจัดงาน พิธีงานศพ ถือได้ว่าเป็นงานบำเพ็ญกุศล หรือเป็นพิธี สวดพระอภิธรรมศพ ซึ่งจะมีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะให้ทางเจ้าภาพครอบครัว หรือเหล่าบรรดาญาติมิตรเครือญาติทั้งหลาย ได้มีโอกาสร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลร่วมกันเพื่อให้แก่ผู้เสียชีวิต หรือผู้ล่วงลับ ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงให้เห็นถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หรือการเคารพนับถือที่มีอยู่ โดยในลำดับต่อไปนี้ เราก็จะมาแนะนำรูปแบบพิธีการ สวดพระอภิธรรมศพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ หรือให้เป็นวิทยาทานสำหรับผู้ที่ต้องการจะศึกษา หรือรับทราบวิธีการในส่วนนี้ที่จะสามารถทำความเข้าใจกันได้โดยง่าย

ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับการ สวดพระอภิธรรมศพ

ตามหลักประเพณีไทยทางพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับงานฌาปนกิจศพนั้น จะเป็นรูปแบบของงานอวมงคล ที่จะเป็นการบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศลให้กับบุคคลที่ล่วงลับ ทั้งยังจะมีการตั้งศพเพื่อ สวดพระอภิธรรมศพ โดยในรูปแบบพิธีการในส่วนนี้จะมีชื่อเรียกที่สามารถทำความเข้าใจกันได้โดยง่ายอีกชื่อหนึ่งนั่นก็คือการสวดหน้าศพ ซึ่งจะมีการประกอบพิธีกรรมในส่วนนี้ตั้งแต่ในคืนแรกจนถึงคืนสุดท้าย ที่จะได้มีการตั้งศพเอาไว้ สวดพระอภิธรรมศพ โดยเราจะพบได้ว่า ในปัจจุบันมักจะมีการตั้งศพเพื่อสวดหน้าศพในจำนวนคืนที่เป็นเลขคี่ทั้งที่เป็นจำนวน 1 คืน 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน เป็นต้น ในบางรายของผู้ที่เป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ หรือบุคคลซึ่งค่อนข้างจะมีฐานะ ก็อาจจะมีการจัดตั้งศพเพื่อให้ประกอบพิธีการ สวดพระอภิธรรมศพ จนครบ 100 วัน หรือจนกว่าจะถึงกำหนดในการฌาปนกิจศพนั่นเอง โดยในส่วนหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยมักจะนิยมนำเอาพระอภิธรรมคัมภีร์มาร่วมด้วยกับงานพิธีในส่วนนี้ ก็จะมีรายละเอียดดังนี้

  • เป็นเครื่องระลึก หรือให้เหล่าบรรดาแขกที่เคารพผู้ร่วมงาน คณะเจ้าภาพ ญาติสนิท มิตรสหาย ได้มองเห็นซึ่งสัจธรรมอันไม่เที่ยงของชีวิตที่จะเป็นการสื่อถึงให้เข้าใจกันได้โดยง่ายว่าไม่มีผู้ใดสามารถหลีกหนี หรือหลุดพ้นจากความตายได้นางเอก
  • ในการ สวดพระอภิธรรมศพ จะเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ ที่จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการมีซึ่งความเคารพนับถือความกตัญญูกตเวที และยังเป็นการแสดงออกซึ่งความรักที่มีต่อผู้ล่วงลับที่จากไปอย่างสงบ
  • ในบางครั้งรูปแบบของงาน พิธีงานศพ ในลักษณะนี้ก็ยังจะเป็นรูปแบบของการตอบแทนพระคุณของบิดามารดาซึ่งอาจจะถึงแก่กรรมลงตามแนวทาง หรือตามรูปแบบของการปฏิบัติตนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านได้เสด็จขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมเทศนาแก่บิดามารดาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว และสถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หรือแม้แต่ในรายของผู้ที่ไม่ใช่บิดามารดาแต่กำเนิดก็ตามซึ่งการนำพระอภิธรรมในส่วนนี้มาทำการแสดงในงานพิธีในส่วนนี้จะถือได้ว่าเป็นรูปแบบประเพณีที่มีการสืบต่อกันมาไปแล้ว
  • การ สวดพระอภิธรรมศพ นั้นจะเป็นลักษณะของเนื้อหาคำสอนซึ่งมีรายละเอียดที่ค่อนข้างจะลึกซึ้ง ในรูปแบบของการแสดงธรรมเทศนา ที่เกิดขึ้นในงาน พิธีงานศพ ให้กับผู้ล่วงลับ ในส่วนหนึ่งก็จะมีความเชื่อที่ว่าดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจะสามารถได้รับกุศล ในส่วนนี้ได้มากโดยถ้อยคำในการสวดอภิธรรมศพนี้ จะเป็นการนำถ้อยคำในภาษาบาลี ที่จะขึ้นต้นด้วยคำสั้น ๆ ซึ่งจะปรากฏอยู่ใน พระคัมภีร์ของพระอภิธรรมทั้ง 7 ซึ่งจะเรียงต่อกันโดยในการ สวดพระอภิธรรมศพ ในลักษณะนี้เราจะเรียกกันว่ากา รสวดมาติกา ในกรณีที่ผู้ล่วงลับนั้นเป็นบุคคลชั้นสูง หรือบุคคลที่อยู่ในราชวงศ์เราจะเรียกวิธีการนี้ว่า พิธีสดับปกรณ์ ซึ่งจะมีการเรียกผิดเพี้ยนมาจากคำว่า สัตตปกรณ์ ที่จะหมายถึงพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ นั่นเอง
  • สวดศพ

ขั้นตอนงานพิธี สวดพระอภิธรรมศพ

ก่อนจะเริ่มงานพิธี สวดพระอภิธรรมศพ ทางเจ้าภาพจะต้องมีการจัดเตรียมเครื่องไทยธรรม พร้อมทั้งผ้าสบงเพื่อที่จะทำการถวายแบบคณะสงฆ์ที่ได้ลงสวดที่จะเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ โดยในส่วนนี้เราจะพบได้ว่าในปัจจุบันสำหรับสถานที่จัดการงาน พิธีงานศพ โดยทางวัดนั้นมักจะมีการจัดเตรียม หรือจัดหาให้ โดยในเบื้องต้น ก็จะมีการนิมนต์ พระลงสวดจำนวน 4 รูป และก็ยังจะมีการจัดเตรียมปัจจัยถวายแก่พระองค์ในจำนวนทั้ง 4 รูปด้วยเช่นกัน และที่สำคัญ ก็ควรจะมีอาหารว่างในการจัดเลี้ยงให้กับแขกที่เคารพที่ได้มาร่วมงานการฟัง สวดพระอภิธรรมศพ ในทุกค่ำคืน

  1. เจ้าภาพทำการนิมนต์พระสงฆ์ขึ้น สวดพระอภิธรรมศพ จำนวน 4 รูป และจะมีการสวดในจำนวน 4 จบ โดยปกติ หรือโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีการเริ่มต้นสวด หรือเราคณะสงฆ์จะทำการขึ้นศาลาในช่วงเวลา 19:00 น
  2. สำหรับในส่วนของแขกที่เคารพที่ได้มาร่วมงานเมื่อเข้ามาสู่ ณ สถานที่ตั้งศพ หรือศาลาแล้วนั้น ควรจะทำการกราบพระ รัตนตรัยก่อนแล้วจึงค่อยทำการกราบเคารพศพ ด้วยถ้านั่งเบญจางคประดิษฐ์จากนั้น จึงทำการจุดธูปหนึ่งดอกเพื่อแสดงความเคารพศพ หรือตั้งจิตอธิษฐานแสดงความไว้อาลัย หรือกล่าวอโหสิกรรม
  3. ในขณะเริ่มงานพิธีจะมีการกำหนดให้เจ้าภาพ หรือประธาน หรือผู้ที่เป็นตัวแทนหากไม่เป็นเช่นนั้นก็อาจจะเป็นในส่วนของญาติผู้อาวุโสสูงสุดของทางเจ้าภาพให้เป็นผู้ที่ เริ่มงานพิธีโดยทำการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และหลังจากนั้นจึงทำการจุดเครื่องทองน้อยในส่วนของบริเวณที่จัดตั้งศพตามลำดับ
  4. หลังจากนั้นศาสนพิธีกรจะทำการอาราธนาศีลให้ทุก ๆ ท่านทำการพนมมือเพื่อรับศีล
  5. พระสงฆ์จะเริ่มการ สวดพระอภิธรรมศพ ให้ครบทั้ง 4 จบ
  6. เมื่อมีการ สวดพระอภิธรรมศพ เสร็จสิ้นผู้ที่เป็นประธานจะทำการถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ หลังจากนั้นจึงจะทำการ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับที่จากไป โดยการทอดผ้าบังสุกุล และถวายจตุปัจจัยทั้งหลายให้แก่พระสงฆ์ แล้วจึงมีการกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ ก็ถือได้ว่าเป็นการเสร็จสิ้นพิธีการในส่วนนี้

พิธีงานศพ

โดยหลักของงาน พิธีงานศพ นั้นนอกเหนือจากการ สวดพระอภิธรรมศพ และร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลแล้วนั้น ในส่วนสำคัญเราจะพบได้ว่าบท สวดพระอภิธรรมศพ ซึ่งได้มีการสวดในระหว่างงานพิธีในส่วนหนึ่งของความหมาย หรือเจตนาก็ยังจะส่งผลให้กับผู้ร่วมงาน หรือแขกที่เคารพโดยทั้งหลาย และในส่วนของทางเจ้าภาพที่จะให้มีความตระหนักถึงความไม่เที่ยงแท้ของกายสังขาร หรือความเป็นมนุษย์ที่จะต้องมีการเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดานั่นเอง

บท สวดพระอภิธรรมศพ มิได้มีเจตนาเพียงแค่การอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ แต่ยังจะเป็นการให้บุคคลทั่วไป หรือแขกผู้ร่วม พิธีงานศพ โดยทั้งหลายได้รับรู้ถึงสัจธรรมอันไม่เที่ยงแท้ของมนุษย์ที่มีเกิดก็ต้องมีดับ