พวงหรีด ประวัติ ชนิดและการใช้งาน

พวงหรีด

พวงหรีด วัด และงานศพเป็นของคู่กัน แต่มีใครทราบกันบ้างไหมว่าพวงหรีด หรือบางทีก็เรียกกันว่า หรีด นั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีกี่ประเภท และลักษณะการใช้งานเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่จะมาเล่าให้ทุกคนได้รับทราบกันทั้งหมดถึงเรื่องราวเหล่านี้

กำเนิดของ พวงหรีด

พวงหรีด มีกำเนินในประเทศยุโรปทางตอนใต้ ย้อนไปตั้งแต่สมัยอารยธรรมอีทรัส มีการค้นพบหลักฐานเป็นมงกุฎทองคำของนักรบเพื่อสวมใส่ให้เป็นเกียรติเพื่อต้องออกรบ ส่วนใหญ่เป็นลายใบไม้รวมถึงภาพดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ต่อมาสมัยโรมันได้มีการนะใบไม้มาประดิษฐ์เป็นวงสวมไว้ที่ศีรษะ หรือที่เรียกว่า ลอเรลฟรีธ เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ผู้สวมใส่ ซึ่งก็คือ หรีด ในยุคสมัยโบราณของต่างประเทศนั่นเอง

ทำไม พวงหรีด ถึงเข้ามานิยมในบ้านเราได้อย่างไร

สำหรับ พวงหรีด ที่ใช้ในบ้านเรามีนิยมกันตั้งแต่สมัย ร.5 ซึ่งเป็นยุคที่เปิดต้อนรับอารยธรรมยุโรปอย่างเต็มที่ ซึ่งกำลังเป็นยุคล่าอาณานิคมของชาวยุโรป พวงหรีดได้เข้ามาพร้อมการล่าอาณานิคมนี้ มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายดอกไม้ที่นำมาตกแต่งเป็นวงกลม ๆ เพื่อนำมาใช้ในพระเมรุของสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาดา หรือเจ้าจอมมารดาเปี่ยม พระสนมเอกของ ร.4 เมื่อปี พ.ศ. 2447 ทำให้มีการคาดเดาว่าเป็น หรีด พวงแรกที่ได้นำเข้ามาในประเทศไทย และต่อมาก็ได้มีการนำมาใช้ในงานศพของบุคลสำคัญ และสามัญชนทั่วไปสืบมาจนถึงทุกวันนี้

รูปแบบของ พวงหรีด ประเภทต่าง ๆ มีแบบไหนบ้าง

ความหลากหลายของ พวงหรีด มีหลายประเภท ซึ่งจะได้นำมาแจกแจงให้ทราบดังนี้

  1. พวงหรีดดอกไม้สด สามารถจัดทำได้หลายรูปแบบทั้ง แบบกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปวงรี โดยให้มีดอกไม้สดประดับหรือตกแต่งให้ดูสวยงาม เป็นพวงหรีดที่มีผู้นิยมนำไปใช้ในงานศพมากที่สุด เพราะมีความสวยงาม สามารถสร้างสีสันในพิธีศพได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีอายุการใช้งานที่สั้น เพราะดอกไม้สดจะเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา ทำให้หมดคุณค่าการใช้งานต้องทิ้งให้เป็นเศษขยะในที่สุด
  2. พวกหรีดพัดลม เป็นพัดลมที่นำมาใช้ทำเป็นหรีด พร้อมดอกไม้สดประดับไว้พองาม เมื่อเสร็จงานแล้วสามารถนำพัดลมไปบริจาคให้กับวัด หรือโรงเรียน และโรงพยาบาลก็ได้ แต่จะมีขนาดใหญ่ และราคาอาจจะสูงเมื่อเปรียบกับพวงหรีดดอกไม้สด
  3. พวงหรีดผ้าขนหนู นำผ้าขนหนูหรือผ้าเช็ดตัวมาประดิษฐ์เป็นพวงหรีด พร้อมป้ายชื่อผู้ให้ อาจมีดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้งมาประดิษฐ์ร่วมด้วยเพื่อความสวยงาม เมื่อเสร็จงานก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อได้อีก แต่อาจไม่มีความสะดุดตาเท่าพวงหรีดดอกไม้สด
  4. พวงหรีดผ้าแพร เป็นการนำผ้าแพรสีสวย ๆ มาประดิษฐ์ให้เป็นพวงหรีด หุ้มด้วยพลาสติกใสมีชื่อของผู้ให้ติดอยู่ด้านหน้า อาจมีดอกไม้สดหรือแห้งประดับไว้ด้วย เป็นประเภทเดียวกับพวงหรีดผ้าขนหนูเพียงแต่เปลี่ยนไปใช้ผ้าแพรแทน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่มีความสะดุดตาน้อยกว่าพวงหรีดดอกไม้สด
  5. พวงหรีดผ้านวม ผ้าห่ม เป็นการนำผ้าห่มนวมมาประดิษฐ์เป็นพวกหรีดเช่นเดียวกับผ้าขนหนูและผ้าแพร ห่อด้วยพลาสติกใสใช่ชื่อผู้ให้ไว้ด้านใน มีดอกไม้สดหรือแห้งร่วมอยู่ด้วยเช่นกัน เมื่อเสร็จงานก็นำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ตามความประสงค์ แต่ก็เหมือนพวงหรีดผ้าขนหนู และผ้าแพรที่จะมีความสะดุดตาของผู้พบเห็นได้น้อยกว่า
  6. พวงหรีดต้นไม้ เป็นการนำกระถางต้นไม้ขนาดพอสมควรไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปมาเป็นพวงหรีด ด้วยการนำริบบิ้นหรือดอกไม้มาประดับไว้ด้วยเพื่อความสวยงาม ต้นไม้ที่นิยมนำมาทำเป็นพวงหรีดประเภทนี้ได้แก่ พวกไม้มงคลต่าง ๆ เช่น ตันโมก ต้นแก้ว ไทรแคระ ต้นสน ต้นวาสนา และไม้ประเภทปาล์มต่าง ๆ เนื่องจากเป็นไม้ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และดูแลรักษาง่ายไม่เหี่ยวหรือเฉาตายง่าย ๆ ผู้ที่นิยมสามารถนำไปปลูกเลี้ยงให้เติบโตได้ หรือนำไปบริจาคก็ได้ อาจลำบากในการพกพาสักหน่อย และอาจเป็นภาระในการดูแลรักษา
  7. พวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นพวงหรีดที่ผู้ประดิษฐ์สามารถทำให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ตามต้องการ เป็นการนำดอกไม้ประดิษฐ์มาทำเป็นพวงหรีดให้ดูสวยงามแทนดอกไม้สด มีสีสันที่สดใส สวยงามมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เมื่อเสร็จงานแล้วอาจหมดคุณค่าไปด้วย

จะเห็นได้ว่ารูปแบบของ พวงหรีด หลัก ๆ นั้นคือขึ้นอยู่กับไอเดียและงานฝีมือ กว่าจะได้เป็น หรีด แต่ละประเภทก็ต้องใช้ความประณีตใส่ใจเยอะมาก เป็นการทำด้วยใจเพื่อร่วมไว้อาลัยหาผู้ที่ล่วงลับ

ความเชื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ พวงหรีด

คนไทยจะเชื่อกันว่าห้ามนำ พวงหรีด เข้าบ้าน เป็นความเชื่อที่เชื่อต่อ ๆ กันมาแต่ครั้งโบราณ เนื่องจาก หรีด เป็นการใช้เพื่อแสดงความโศกเศร้า เป็นของที่มอบให้คนตาย จึงไม่สมควรที่จะนำเข้าบ้านถ้าฝ่าฝืนจะต้องเกิดเรื่องร้ายขึ้นได้ในไม่ช้า

พัดลมหรี

คุณค่าของพวง หรีด ดอกไม้สด

จะเห็นได้ว่า พวงหรีด ดอกไม้สดจะมีทั้งความสวย และคุณค่าในการใช้งานที่มากเกินคุ้มกว่า ดังนั้นควรมาทำความรู้จักกับดอกไม้ที่ทรงคุณค่าและมีความหมายในตัวของมันเอง ว่าที่มีผู้นิยมนั้นเป็นดอกไม้อะไรบ้างและความหมายคืออะไร

  1. ดอกลิลลี่ เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ ที่ผู้ให้มีความหมายต่อผู้ล่วงลับ ดอกลิลลี่ยังสามารถช่วยให้ฟื้นฟูทางด้านจิตวิญญาณของผู้เสียชีวิตได้อีกทางหนึ่ง เพราะเป็นดอกไม้ที่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นที่รัก เพื่อเป็นการแสดงความรักความอาลัยครั้งสุดท้าย
  2. ดอกเบญจมาศ เป็นดอกไม้แห่งความตายที่บางประเทศในยุโรปมักถือกันมาก เป็นดอกไมสำหรับผู้ล่วงลับ ส่วนในจีน เกาหลี ญี่ปุ่น จะใช้เป็นดอกไม้แห่งความโศกเศร้า โดยเฉพาะในจีนจะถือว่าเป็นสัจธรรมแห่งชีวิตเลยทีเดียว เนื่องจากความตายเป็นความจริงที่ไม่มีใครหรือผู้ใดหลีกเลี่ยงได
  3. ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมช่วยให้บรรยากาศในงานศพดีขึ้นได้ ยังเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความรัก ความเคารพนัชถือ และความศรัทธาที่จะมอบให้ดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
  4. ดอกไฮเดรนเยีย เป็นดอกไม้แห่งการให้กำลังใจ พร้อมร่วมแสดงความโศกเศร้าไปพร้อมกัน และสามารถใช้แทนการขอบคุณของมิตรที่ดี ที่เคยมีมาแก่กันได้อีกด้วย
  5. ดอกเยอบีร่า เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ ความไร้เดียวสา แต่มีความเข้มแข็งพร้อมอยู่ในตัว
  6. ดอกรคาร์เนชั่น เป็นการสื่อถึงความเศร้าโศกเสียใจ และเพื่อเป็นการปลอบโยนให้กำลังใจผู้ที่ยังอยู่ได้เป็นอย่างดี 
  7. ดอกหน้าวัว เป็นการสื่อความหมายในการส่งความรักให้ผู้ตาย เป็นครั้งสุดท้าย
  8. ดอกกล้วยไม้ เป็นการสื่อให้ผู้ตายรับรู้ว่ายังคงคิดถึง และหวังดีตลอดมาไม่เปลี่ยนแปลง
  9. ดอกสแตดิส เป็นดอกไม้แห่งความทรงจำ และให้ความรู้สึกดี ๆ ต่อผู้ตาย ให้อยู่ในใจเสมอไป

ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า การให้ พวงหรีด ดอกไม้สด หรือการวาง หรีด จึงมีคุณค่าทั้งผู้ให้และผู้ล่วงลับได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากความไว้อาลัยยังเป็นความรักความผูกพัน ความระลึกถึง และความอาลัยอาวรณ์ในการจากไปของผู้วายชนม์ได้อีกทางหนึ่ง ทำให้เจ้าภาพและญาติ ๆ ของผู้ตายรู้สึกอุ่นใจเมื่อยังมีผู้ที่หวังดี และได้มาแสดงความรักความอาลัยต่อศพของผู้ตาย ทำให้ไม่รู้สึกเดียวดายเงียบเหงา ทำให้ความรู้สึกโศกเศร้าทุเลาลงได้บ้างในช่วงที่กำลังเศร้าเนื่องจากผู้เป็นที่รักได้จากไป 

พวงหรีด ดอกไม้สดเป็นสัจธรรมแห่งชีวิตที่คนจีนได้กล่าวไว้ว่า “การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของคนเรา เป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเรื่องจริงแทนแน่นอน เป็นสัจธรรมที่เป็นความจริง ไม่มีใครที่จะหลีกหนีพ้น” ผู้ที่อยู่ข้างหลังอาจมีความโศกเศร้าก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องไม่ลืมว่ามีภารกิจที่ต้องทำอยู่อีก อย่าให้การสูญเสียต้องเสียไปทั้งหมดเป็นใช้ได้ เพราะยังต้องมีอะไรที่ต้องรับผิดชอบอยู่อีก จนกว่าจะถึงวาระของเราจึงหมดหน้าที่ไปได้ อย่าให้การตายของคนที่รับต้องห่วงกันเรื่องเหล่านี้ เมื่อเขาไปดีแล้ว ก็ปล่อยเขาไป เรายังอยู่ก็ทำให้สิ่งที่ดีต่อไป และเมื่อถึงวันนั้นก็คงต้องมีคนมาแสดงความอาลัยด้วยการวาง หรีด กับเราเช่นกัน

พวงหรีด ความเป็นมาของ หรีด ที่มักใช้กันในงานอวมงคลหรือตามงานศพ ถือว่ามีรูปแบบที่นิยมใช้หลัก ๆ กันก็ค่อนข้างมาก และยังคงได้รับความนิยมมาตลอดในประเทศไทย