เก็บ อัฐิ ประวัติ ขั้นตอนและความเชื่อ พร้อมสิ่งที่ต้องเตรียม

กระดูก

เก็บ อัฐิ พิธีการทางศาสนาของประเทศไทยเราที่มีความเชื่อต่าง ๆ เรื่องเล่าต่าง ๆ มายาวนานอย่างการเก็บกระดูก หรือเก็บอัฐิผู้ตาย จะเริ่มขึ้นหลังจากพิธีเผาหรือฌาปนกิจศพเสร็จสิ้นไปแล้ว และปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืน รุ่งขึ้นการเก็บกระดูก หรือพิธี บรรจุ อัฐิ จึงเริ่มขึ้น โดยผู้เป็นสัปเหร่อจะนำกองกระดูกที่เหลือจากการไหม้มากองรวมไว้เป็นสัดส่วน ๆ จัดเรียงให้เรียบร้อยเพื่อให้ญาติ ๆ ได้เลือกได้อย่างสะดวก ตั้งแต่กะโหลกศีรษะ ลำตัว แขนขา การเก็บกระดูกเพื่อการลอยอังคาร พร้อมการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้วายชนม์ต่อไป ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับประวัติการเก็บกระดุกคนตาย และขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบและสิ่งที่ต้องเตรียม พร้อมกับ พิธี บรรจุ อัฐิ เป็นเรื่องที่คุณจะต้องทำการศึกษาไว้เมื่อถึงเวลาที่จะต้องคนการเก็บกระดูกผู้ตาย จะเป็นอย่างไรและมีอะไรบ้าง หรือทำไปเพื่อสิ่งใด ประวัติที่มาน่าสนใจแบบไหนไปติดตามกันต่อเลย

อัดทิ

เก็บ อัฐิ กับประวัติความเป็นมา

เก็บ อัฐิ หรือการเก็บกระดูก เป็นเรื่องของความเชื่อมานานกว่า 2500 ปี ซึ่งคนเราเชื่อว่าเป็นการเกิดขึ้นกับการฝังศพครั้งที่ 2 เนื่องจากมีความเชื่อว่าผู้ที่หมดลมหายใจครั้งแรกนั้นยังไม่ตาย เพียงแต่ขวัญที่อยู่ในร่างกายได้หลุดออกไปจากร่างเท่านั้น ซึ่งหากให้หมอขวัญทำพิธีเรียกขวัญให้กลับคืนมาได้ ผู้นั้นก็จะคืนสภาพดังเดิม บรรดาญาติจึงยังไม่ทำพิธีฝังในทันที แต่จะนำมาไว้ที่บ้านหรือในโลงศพ แล้วร้องรำทำเพลงให้ดัง ๆ มีเครื่องดนตรีประโคมให้เกิดเสียงดัง ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อว่าเสียงดังจะเป็นการเรียกขวัญของผู้ตายให้กลับมาได้ และได้กลายมาเป็นการร่ายรำหน้าศพปัจจุบันนั่นเอง การเรียกขวัญจะทำกันอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-7 วัน ซึ่งในช่วงนั้นเนื้อหนังผู้ตายจะเริ่มส่งกลิ่น และบ้างก็หลุดออกจากร่าง จึงต้องทำการขูดกระดูกเพื่อทำความสะอาด และจัดเก็บโครงกระดูกไว้ในภาชนะที่เตรียมไว้ และนำไปวางเรียงไว้กับผู้ตายที่เป็นญาติคนก่อน ๆ หรือนำไปไว้ที่สุสาน เป็นประเพณีที่ทำต่อ ๆ กันมาอย่างยาวนานมาถึงปัจจุบัน แต่ พิธี บรรจุ อัฐิ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความเหมาะสม และความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น แต่จุดประสงค์ยังไม่มีการเปลี่ยน ก็เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่สวรรค์นั่นเอง 

 การ เก็บ อัฐิ มีความสำคัญอย่างไร

การที่มีการจักพิธีการ เก็บ อัฐิ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากเพราะจะทำให้ญาติพี่น้องผู้ตายนำกระดูกเหล่านี้ไปทำ พิธี บรรจุ อัฐิ เพื่อให้กระดูกเหล่านี้ไปอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ควรอยู่ ถือเป็นพิธีที่สำคัญอย่างมาก ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนในปัจจุบันก็ยังคงนิยมทำพิธีลักษณะนี้กันอยู่ จึงทำให้ความสำคัญของพิธีเหล่านี้สืบทอดต่อกันมาในระยะรุ่นปู่ย่าตายาย และก็คงต้องสืบทอดกันต่อไป เนื่องจากหากทำลักษณะแบบนี้จะช่วยลดกระดูที่อาจจะไปล้นวัดที่ทำการเผาศพได้ และต่อไปเราจะพาคุณไปทำความรู้จักเกี่ยวกับรูปแบบของพิธีการเก็บกระดูกคนตายจะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

 รูปแบบ และ พิธี บรรจุ อัฐิ

การ เก็บ อัฐิ ที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันจะแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบดังนี้

  1. เก็บในวันที่ฌาปนกิจพร้อมกันทีเดียว เป็นงานที่เจ้าภาพจะทำการเก็บกระดูกผู้ตายภายในวันเดียวกับการเผาศพ โดยเมื่อเผาเช้า ก็จะเก็บกระดูกตอนเย็น หรือค่ำ ๆ ในวันเดียวกัน
  2. เก็บในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะเก็บในวันรุ่งขึ้นหรืออีก 3-7 วันต่อมาก็ได้ แต่สำหรับปัจจุบันมักนิยมเก็บในวันรุ่งขึ้นมากกว่า 

รูปแบบของการ เก็บ อัฐิ เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำการศึกษา และทราบไว้ เพราะจะช่วยให้การทำ พิธี บรรจุ อัฐิ สะดวกมากขึ้นและต่อไปเราจะพาคุณไปศึกษาสิ่งที่ต้องเตรียมในวันที่เก็บกระดูจะเป็นอย่างไรบ้างไปเลย

เก็บ อัฐิ

 สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมในวัน เก็บ อัฐิ

เจ้าภาพต้องเตรียมตัวก่อนการ เก็บ อัฐิ และอุปกรณ์สำหรับทำการเก็บกระดูกให้พร้อม เพื่อให้เป็นไปตามประเพณี ได้แก่ โกศสำหรับใส่กระดูก และอังคารหรือขี้เถ้า ที่เหลือ,กล่องสำหรับใส่กระดูกหรือที่เรียกว่า “ลุ่ง” หรือเป็นหีบไม้ขนาดเล็กก็ได้, ผ้าขาวใช้ในการห่อลุ้ง ที่มีกระดูกผู้ตายอยู่ภายใน, ผ้าบังสุกุล เพื่อการทอดบังสุกุลก่อนเก็บกระดูก,อาหารถวายพระ, น้ำอบไทย สำหรับพรมบนกองกระดูก, ดอกไม้ เงินเหรียญ สำหรับโรยที่กระดูก, ดอกไม้ธูปเทียน พร้อมเครื่องไทยธรรมเพื่อถวายพระ ในการทำพิธีเก็บอัฐิ เป็นต้น เป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำการเตรียมก่อนทำ พิธี บรรจุ อัฐิ ซึ่งหากคุณเตรียมเรียบร้อยแล้วก็จะเข้าสู้พิธีกรรมต่อไป ซึ่งมีวิธีดังต่อไปนี้

พิธีกรรมการ เก็บ อัฐิ และขั้นตอนการเก็บกระดูกที่ถูกต้อง

สำหรับพิธีกรรมและขั้นตอนการเก็บกระดูกนั้น มีปฏิบัติกันอยู่มากมายแล้วแต่ความเชื่อ และท้องถิ่น แต่ที่หลัก ๆ แล้วจะมีปฏิบัติกันอยู่อย่างเป็นกลาง ๆ 8 ขั้นตอนที่สำคัญการ เก็บ อัฐิ มีด้วยกันดังนี้

  1. เก็บกระดูกหรืออัฐิได้ ด้วยการให้คน 3 คน มาทำการหาบของที่เตรียมมาได้แก่ อาหารคาวหวาน และเครื่องไทยธรรมเพื่อถวายพระ โดยให้คนที่จะหามต้องเดินวนรอบเชิงตะกอน 3 รอบก่อนจึงจะเริ่มหามของที่เตรียมไว้ได้ การเดินวนรอบเชิงตะกอนต้องร้องตะโกนให้เสียงดัง ๆ ติดต่อพร้อมกันเพื่อให้ดวงวิญญาณของผู้ตายยินยอมและมารับส่วนกุศลที่เจ้าภาพทำอุทิศในครั้งนี้ 
  2. เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ สัปเหร่อจะมาเก็บกระดูกของผู้ตายแล้วนำมาเรียงให้เป็นรูปคน โดยให้ศีรษะหันไปทางทิศตะวันตก
  3. นิมนต์พระมาทำพิธีพิจารณาผ้า โดยให้พากผ้าบังสุกุลไว้กับกองกระดูกผู้ตาย และนิมนต์พระขึ้นทำพิธีบังสุกุลผู้ตาย
  4. เมื่อพระทำพิธีบังสุกุลผู้ตายแล้ว สัปเหร่อจะหมุนหัวผู้ตายให้หันไปทางทิศตะวันออก และนำน้ำอบไทย และดอกไม้ เหรียญเงินที่เตรียมมาวางลงที่กระดูก ตามความเชื่อที่ว่า น้ำอบไทยใช้แทนความสดชื่น ดอกไม้ใช้แทนความงดงาม เพื่อผู้ตายได้ไปเกิดใหม่ในที่ดี ๆ 
  5. นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นทำพิธีพิจารณาผ้าไตรอีกครั้งหนึ่ง ให้พาดผ้าไตรเพื่อบังสุกุลไว้ที่กระดูกผู้ตายด้วยการบังสุกุล 
  6. เมื่อพระสงฆ์ทำพิธีบังสุกุลแล้ว ให้เจ้าภาพทำการเก็บกระดูกใส่ในโกศที่เตรียมมาให้เรียบร้อย ซึ่งกระดูกที่เก็บต้องประกอบด้วยชิ้นส่วนดังนี้ กะโหลกศีรษะ 1 ชิ้น, กระดูกแขนขา ทั้งซ้ายและขวาอย่างละ 1 ชิ้น, กระดูกซี่โครง 1 ชิ้น ส่วนกระดูกที่เหลือให้เก็บใส่ไว้ในลุ้งหรือหีบที่เตรียมมาทั้งหมด และให้ห่อด้วยผ้าขาวให้เรียบร้อย ซึ่งกระดูกส่วนนี้เจ้าภาพจะได้นำไปลอยอังคารต่อไป หรืออาจเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมก็ได้ เช่นกำแพงวัด และสถาที่อื่น ๆ อีกมากมาย เป็นต้น
  7. เมื่อเก็บกระดูกเรียบร้อยแล้ว ให้นำโกศบรรจุกระดูกมาตั้งไว้หน้าพระสงฆ์
  8. หากเป็นช่วงเช้าจะต้องมีการถวายอาหารเช้าแก่พระสงฆ์ แต่หากเป็นช่วงเย็นหรือช่วงค่ำ จะไม่มีการถวาย แต่หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์เจ้าภาพอาจจะถวายน้ำปานะได้ ซึ่งก็จะถือว่าพิธีเก็บกระดูกเสร็จโดยสมบูรณ์ 

โดยรวมพิธีเก็บกระดูกหรือ เก็บ อัฐิ นี้มีขั้นตอน พิธี บรรจุ อัฐิ ละเอียดอย่างมาก ที่สำคัญเจ้าภาพต้องเตรียมให้พร้อม และนัดแนะกบสัปเหร่อไว้ให้ดี ทั้งนี้เพื่อให้พิธีกรรมเป็นไปอย่างสมบูรณ์เต็มที่ เนื่องจากเป็นครั้งสุดท้ายที่คนเป็นจะทำให้กับคนตาย แต่ถ้าเจ้าภาพที่ต้องการเก็บเถ้ากระดูกของผู้ตายไว้ทั้งหมดก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันสรุปการ เก็บ อัฐิ ถือว่าเป็นพิธีการที่สำคัญคุณจะต้องทำการศึกษาข้อมูลเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ สิ่งที่ต้องเตรียม พิธีการทำอย่างไรบ้าง เพื่อไปประกอบ พิธี บรรจุ อัฐิ ได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตามหากเมื่อถึงเวลาที่ต้องเก็บกระดูกก็จะสามารถทำได้ตามรูปแบบที่กล่าวไปข้างต้นเลย 

การ เก็บ อัฐิ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อถือเวลามีคนต่างจะต้องทำการประกอบ พิธี บรรจุ อัฐิ คุณสามารถทำการศึกข้อมูลดี ๆ ได้จากแห่งนี้